บลอคนี้เขียนขึ้นเพื่อเตือนใจ จขบ ถึงโครงการที่วาด(ฝัน)ไว้ตั้งแต่เทอมก่อน และยังไม่คืบหน้าไปไหน อนึ่ง การนำมาอัพไว้ในที่นี้ส่วนหนึ่งก็อยากเห็นท่าทางของผู้อ่าน(ซึ่งพอทำเสร็จแ้วย่อมมาเผยแพร่ในExteen...ชัวร์)ด้วย

ขอเกริ่นโดยพูดถึงที่มาของแรงบันดาลใจอีกครั้งว่าทำไมถึงอยากทำ นิตยสารวรรณกรรม (แล้วจะอธิบายต่อไปว่านิตยสารวรรณกรรม สรุปแล้ว มันคืออะไร) ด้วยความที่ จขบ เรียนและมีความเชี่ยวชาญ(ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร แต่ไม่แน่ใจว่า จขบ บรรลุไหม - -")ในด้านวรรณกรรม รวมไปถึงผองเพื่อนที่เรียนด้วยกัน ด้วยประโยชน์อย่างแรกของการเรียนทางวรรณกรรมโดยตรงเนี่ย อย่างน้อยๆก็ทำให้รู้จักโลกของวรรณกรรมมากขึ้น รู้จักนักเขียน รู้จักงานดีๆของกระแสวรรณกรรมต่างๆ และในระดับต่อไปของการศึกษาวรรณกรรมก็คือการที่เราอ่านและสามารถรับรู้ถึงสิ่งต่างๆที่อยู่ระหว่างบรรทัดและตัวอักษร ทำให้เข้าใจงานได้ทะลุมากขึ้น สามารถรับสารจากผู้แต่งได้อย่าง"อ่อนไหว"มากขึ้น และอาจพัฒนาไปถึงการเขียนในเชิงวิเคราะห์ วิจารณ์ และอธิบายถึงคุณค่าสารัตถะต่างๆจากวรรณกรรมนั้น

(ขอออกตัวว่าอย่าไปนึกถึงคุณค่าที่คุณรู้จักในแบบเรียนภาษาไทยช่วง ม ปลาย เพราะแบบนั้นแสนจะเชยและน่าเบื่อมาก ไม่น่าแปลกเลยที่เด็กไทยจะเบืื่อและยี๊กับการพูดถึง "วรรณกรรม" ex คุณค่าในการนำมาประยุกต์ใช้ว่ามีคติธรรมคำสอนมาใช้กับเราได้อย่างไร อะไรเทือกๆนี้มันแบบ เลิกพูดถึงมานานแล้ว ส่วนใหญ่การที่เรามองวรรณกรรมในเชิงคุณค่าคือเรามองว่ามันกำลังสื่ออะไร สิ่งที่ผู้เล่าเรื่องกำลังเล่ามันกำลังพูดถึง "ความเป็นมนุษย์" อย่างไร หรือเรื่องมันมี "ความงาม" โดยใช้เทคนิกอะไร ทำไมผู้อ่านถึงรู้สึกว่ามันงาม ด้วยภาษา? ด้วยโครงเรื่อง? ด้วยสัญลักษณ์? หรือด้วยองค์ประกอบทุกส่วน? อีกแง่คือการพูดถึงคุณค่าในการสะท้อนสังคม(ซึ่งเชย)และการสะท้อนถึงความดำมืดหรือความสุกสว่างสุดขั้วของมนุษย์(ซึ่งแนว) )

 กลับมาหลังจากอ่านในวงเล็บ ประเด็นคือเราตระหนักรู้ในคุณค่าของวรรณกรรม เราสามารถเลือก เพลินเพลิน และเข้าใจมันได้ผ่านการศึกษาค้นคว้าในห้องเรียน แล้วเราก็มาคิดดูว่า จริงๆแล้วคนส่วนใหญ่น่าจะชอบอ่านหนังสือกันนะ แล้วยึดเอาตัว จขบ เป็นหลักว่า อืม เราชอบอ่านหนังสือ เราถึงได้มาเรียนที่นี่ แล้วพอเรามาเรียน โลกในการเสพย์หนังสือของเรามันก็ถ่างขยายมากขึ้น เราโตขึ้น เราไหวกับสิ่งต่างๆมากขึ้น เราลุ่มลึกและรุ่มรวยมากขึ้นและเราก็เข้าใจโลกมากขึ้น ผ่านการเสพย์ตัวอักษรเหล่านั้น วรรณกรรมมันคือสมบัติล้ำค่าของมนุษย์ (ลากตัวเองออกจากความเพ้อฝัน) สรุปว่า การกระจายความรู้ทางวรรณกรรม ผนวกกับความสามารถในการ"พรีเซ๊น" วรรณกรรมต่าง มันน่าจะช่วยอะไรบ้างนะ อย่างน้อยคนที่ไปเดินงานหนังสือก็อาจจะมีแนวทางในการเลือก เพราะเมื่อก่อนตอนก่อนเรียน ผมก็กระหายที่จะอ่านนะ แต่ก็ไม่รู้อ่ะ ว่าจะอ่านอะไร นั่นแหละคือสิ่งที่จะเอามาใช้ ผสมกับความเป็น"วัยรุ่น"สุดแนวของพวกผมที่จะเปลี่ยนวรรณกรรมให้ เข้าถึงได้ง่าย อ่านสนุก แถมให้สาระด้วย(Ideal สูงสุด)

 

แล้วนิตยสารวรรณกรรม หรือการพูดถึงหนังสือหนังหาในสื่อต่างๆไม่มีหรือ คำตอบคือมี แต่มีอย่างไม่เป็นกิจลักษณะ กระจัดกระจายไม่เป็นกลุ่มก้อน นึกออกไหมครับ คอลัมภ์แนะนำหนังสือ รีวิววรรณกรรม ส่วนใหญ่เป็นคอลัมภ์แทรกอยู่ตามสื่อต่างๆ นสพ นิตยสาร ที่ดีๆก็มี แต่โดยส่วนใหญ่การแนะนำหรือรีวิวหนังสือในสื่อพวกนี้มักจะมีเรื่องของการ "โฆษณา" แฝงอยู่เสมอ ค่าย ก ก็จะรีวิวหนังสือตัวเองก่อน และแน่นอนว่าถ้ารีวิวแบบนี้ มันต้องมีอคติสิ ใครจะไปด่างานพวกตัวเอง ไม่งั๊นคงไม่เรียกโฆษณา หรือนิตยสารทางวรรณกรรมก็มี แต่คุณพระคุณเจ้า มันช่างอ่านยากเหลือเกิน นิตยสารมันไม่แนวเลย ไม่วัยรุ่น อ่านทีนี่ ผมยอมรับเลย ขนาดผมเรียนพวกทฤษฎีอะไรต่างๆมายังอ่านแทบไม่รู้เรื่อง ต้องใช้ระดับจิตสูงมากในการอ่านและดูดสาระเหมือนเลียบ้านอิกกรูน้ำแข็งไปเรื่อยๆ ซึ่งลิ้นก็ชา สมองก็ชา แถมก้อนก็ใหญ่เหลือเกิน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกว่าหนังสือพวกนั้นถึงไม่แพร่หลาย ขายไม่ออก เพราะคนไม่อ่าน(แต่ที่อ่านไม่ยากมากก็พอมีนะ)

 

(วารสารอ่าน เป็นแนวรวมบทความทางวิชาการถึงเรื่องต่างๆ หนักไปทางวรรณกรรม ถ้าจำไม่ผิดมีเรื่องอื่นด้วย ระดับความหนัก 7.5กิโลกรัมต่อหน้า)

(วารสารหนังสือใต้ดิน เป็นวารสารที่ไปเจ๊อะพอดีในงานหนังสือ เป็นวารสารวรรณกรรมแท้ๆ ดีมากๆ แต่อ่านยากเหมือนกัน(แล้วแต่เล่ม) บางเล่มอ่านยากมากกกกกกกกกกกกก แทบเป็นลม)

(ช่อการะเกดเป็นอีกหนึ่งนิตยสารวรรณกรรมแท้ๆ(นิตยสารวรรณกรรมครอบคลุมนิตยสารที่เป็นสื่อกลางในการตีพิมพ์วรรณกรรมต่างๆ บทวิจารณ์ บทความ รีวิว)ที่เป็นสื่อกลางทางวรรณกรรมมาตั้งแต่ยุคเบ่งบานนู่น และแน่นอนว่างานช่วงเบ่งบานของไทยส่วนใหญ่ก็ได้รับการตีพิมพ์ผ่านนิตยสารเล่มนี้แล นักเขียนดังๆหลายท่านก็เกิดจากนิตยสารเล่มนี้)

 ซึ่งเกือบทั้งหมดหาบนแผงหนังสือได้ยากมาก! ถ้าเทียบกับ กอซซิปสตาร์ ดาราเดลี่ ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า(แอบถอนหายใจเบาๆ)

แถ่นแท๊น ดังนี้จึงได้เกิดการผสมผสาญระหว่างคอลัมภ์นิสอายุน้อย และเนื้อหาทางวิชาการ บดบี้ขยี้ผสมกันออกมาเป็นไอเดียของนิตยสารวรรณกรรมเพื่อวัยรุ่นด้วยกัน(จริงๆก็เพื่อคนทั่วไปที่จะอ่านได้ง่าย แต่ขอพุ่งเป้าไปที่ัวัยรุ่นเพื่อเป็นการส่งเสริมการอ่านไปในทีตามวาระแห่งชาติ อนึ่งคำว่าวัยรุ่นนี้ครอบคลุมถึงผู้ที่ยังมีจิตใจเป็น"วัยรุ่น" ที่ยังคงกะปรี้กะเปร่าและกระหายในการเสพย์อย่างมีจุดมุ่งหมายด้วยเช่นกัน ดังนั้นทุกคนคือวัยรุ่นสำหรับโลกใบนี้ โอลา~) โดยมีประเด็นหลักอยู่ที่วรรณกรรมและผลิตผลต่อเนื่องของวรรณกรรม เช่น ละครเวที ละครโทรทัศน์ และแน่นอน ภาพยนตร์ รวมไปถึงประเด็นข่าวสารทางศิลปะและการใช้ชีวิตต่างๆที่มีประโยชน์และเกร๋(อย่าลืมว่าการเสพย์อะไรต่างๆเราไม่ได้เสพย์เพื่อความต้องการพื้นฐาน แต่เราเสพย์ "ความหมาย"ด้วย) โดยใช้สิทธิพิเศษของความเป็นเด็กวรรณคดีไปดึงเอาข้อมูลข่าวสารจากวงในที่คนอื่นคงเข้าไปถึงลำบาก(ผมคิดว่านะ เช่นอาจารย์คนนึงผมเป็นกรรมการซีไรต์เงี๊ย ก็อาจจะไปสัมภาษณ์มาเป็นพิเศษว่าลับแลแก่งคอยนี่มันพิเศษตรงไหน ซีไรต์เล่มไหนเด่นอย่างไร ปกติก็ไปคุยเรื่องหนังสือ เพิ่มความงอกเงยทางปัญญาประจำ)

 เนื้อหาโดยรวมในนิตยสารที่คาดว่าจะมีก็ ในแต่ละเล่มจะมีคอนเส็ปเล่มที่จะมีบทความซัก5-10บทความจากหลายๆคนเขียนที่จะเป็นมุมมองที่หลากหลายต่อการมองประเด็นนั้น คอนเส็ปของหนังสือก็จะมาจากกระแสในระยะนั้นว่ามีอะไรน่าสนใจและน่าจะจับมาเขียน หรือมามองโดยเชื่อมโยงกับวรรณกรรม หรืออาจจะเป็นกระแสทางวรรณกรรมก็ได้(เช่นการประกาศผลซีไรต์ งานหนังสือ การบูมขึ้นของหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง) โดยอีกด้านก็จะเป็นข่าวสารทั่วไปทางวรรณกรรม ศิลปะ รีวิวหนังสือ รีวิวภาพยนตร์ อาจจะมีบทความที่ให้ความรู้ทางวรรณกรรมบ้าง เช่นพูดถึงทฤษฎีต่างๆ พูดถึงสมัยและวิวัฒนาการของวรรณกรรม(ทั้งไทยและต่างชาติ)หรือความรู้พื้นฐานทางวรรณกรรมต่างๆ แนะนำงานคลาสสิค งานออกใหม่ อะไรทำนองนี้

และบัดนี้ความก้าวหน้าของโครงการก็ได้ดำเนินไปจนได้คอนเส็ปเล่มมาสองชุดแล้ว ขออัพเดทต่อไปคราวหน้า เพราะ(่น่าจะ)ต้องเขียนยาว

 

สุดท้ายนี้ สิ่งที่ จขบ อยากได้ก็ไม่มีอะไรมากฮะ แค่่ รีแอกชั่น จากผู้อ่านว่าอย่างน้อยก็มีคนอ่านนะ จะได้มีกำลังใจในการเขียน หรือทำต่อไป(แอบบ่นเบาๆ เพราะการเขียนบลอคมันนานม๊าก ยิ่งถ้าพยายามจะเสนอสาระยิ่งนานใหญ่ เพราะต้องอ่านหนังสือ บางอันต้องค้นคว้าหลายที่ แถมต้องเอามาเรียบเรียงให้อ่านไม่ยาก ทำยังไงถึงจะอ่านสนุก อะไรทำนองนี้ด้วย แต่ก็บ่นเบาๆฮะ ยังไงก็จะทำต่อไป หวังว่าจะทำให้ผู้อ่านรักและเข้าใจวรรณกรรมมากขึ้นไม่มากก็น้อยครับ

ปล ว่าก็ได้นะครับ ติแบบว่า อ่านแล้วไม่เข้าใจตรงนี้ เขียนตรงนี้ไม่ดี ปรับตรงนี้หน่อย อยากรู้ตรงนี้เพิ่่ม ตรงนี้ผิด ตรงนี้เห็นต่าง ก็อภิปรายกันได้นะครับ แบบนี้จะยิ่งขอบคุณมากๆเลยครับ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทำมาเถอะครับ อยากลองอ่าน


ผมเองก็อยากทำอะไรทำนองนี้ แต่เป็นวรรณคดีญี่ปุ่น

ที่ยังต้องศึกษาหาทุนความรู้ไว้เยอะ ๆ ก่อนลงมือทำน่ะ
(แต่ก็ด้นทำไปเรื่อย ๆ ที่เว็บนี้ครับ ลองแวะไปดูได้นะ http://www.nihongosociety.info ...)

ส่วนงานหนังสือนี่คงยากกว่ามากมาย
แต่ยังไงก็สู้ ๆ นะครับ

#1 By monboy01 on 2009-10-25 15:23

เขียนเรื่องวรรณกรรม เป็นการกระทำที่ท้าทายและน่ายกย่องมากในสมัยอันแร้นแค้นนี้ ขอสนับสนุน ทำต่อไปเถิด

#2 By บนบาน (124.121.59.79) on 2009-10-27 08:16

สามเล่มนี้ผมจะซื้อๆๆ หลายรอบละ


แต่นะ


เออ

ไม่มีเงินกินข้าว

#3 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-11-07 19:49

ถ้าทำเสร็จ อ่านฟรีครับ!!
ท่าน ผมอยากได้ อยากอ่าน อยากศึกษา มุมมองความคิดของท่าน อยากเขียนวรรณกรรม แต่ไม่มีความรู้ ยังไงก็ช่วยแจ้งผมทางอีเมลล์หน่อย ว่าจะซื้อนิตยสารนี้ได้ที่ไหน ยังไง ขอบคุณครับ

#5 By Fou Yuck (118.173.12.44) on 2009-11-19 11:46

เจ๋งมากครับ เสริซมาจากกูเกิ้ล
เจอของดีเลย ขอให้ทำให้ได้จริงๆนะครับ

การเริ่มต้นมันยาก ยากจริงๆ
ผมเคยทำนิตยสารเล่มหนึ่ง เป็นนิตยสารที่ทำในนามคณะ
แต่ก็ทำกันเองนะครับ ในหมู่ผองเพื่อน ไม่มีทุน มีแต่ใจ
ยากทีี่สุดก็เริ่มต้นนี่แหละครับ ตอนนี้ทำออกมาได้ 7 เล่ม
แต่เริ่มตันแล้ว เพราะไม่มีเวลา ยุ่งกับตัวจบอยู่ครับ

มีอะไรก็ว่ามาครับ เผื่อผมจะช่วยได้
ผมมั่นใจว่าคุณทำได้แน่นอน
ไม่รู้สิ ผมทนอ่านตัวหนังสือยาวพรืดของคุณด้วยความอดทน

ใช่ มันสะท้อนว่าคุณอดทนกว่าผมหลายเท่าที่พิมพ์ข้อความมากมายขนาดนี้

และเชื่อสิ ผมว่ามันไม่มีทาง ละลายหายไปกับเวลาแน่นอน อย่าลืมนะครับ ผมเป็นกำลังใจให้

ที่สำคัญ บล็อกคุณอยู่ใน Favourites บนแถบอินเตอร์เน็ตคอมผมแล้ว จะแวะมาหาบ่อยๆครับbig smile

#6 By walunchai@gmail.com (202.28.27.5) on 2009-12-17 01:33

Please Leave A Comment,It doesn't waste your time as much but it will please me as well. free counters