จริงๆหัวข้อนี้ควรจะเขียนตั้งแต่แรกตั้งบลอคที่เิ่ริ่มสถาปนาบลอคในฐานะพื้นที่ทางวรรณกรรม บวกกับมันเป็นความคิด(ความรู้)ที่ได้มาตั้งนานแล้ว(2ปีก่อน ตอนเรียนวิชาวรรณคดีอังกฤษตัวแรกคือ understand fiction)

สิ่งทีี่จะเขียนในเอนทรี่นี้คือความรู้ทั่วไป(มากๆ)ทางวรรณกรรม เป็นการตอบคำถามว่าอะไรคือวรรณกรรม บันเทิงคดีคืออะไร อ่านทำไม แล้วคนอ่านมีกี่ประเภท 

เริ่มด้วยประเภทของวรรณกรรม "อย่างกว้้าง"

คำคู่หนึ่งที่อาจเคยได้ยินมาคือ fact กับ fiction เป็นการแบ่งงานเขียนออกเป็นสองฝ่ายโดยใช้เนื้อหาของมันมาแบ่ง ผมคิดว่าวรรณกรรมในความหมายทั่วไปน่าจะหมายถึงคำหลังคือfictionมากกว่่า พูดง่ายๆ factก็คือสารคดี fictionคือบันเทิงคดี ตามชื่อมันเลย งานเขียนแบ่งง่ายๆเป็นสองอย่าง(ในเอนทรี่ต่อไปจะแบ่งออกมากกว่านี้) คืออันนึงเขียนขึ้นเพื่อมุ่งแสดงข้อเท็จจริง(fact)เป็นหลัก และอีกอันหนึ่งคือเขียนขึ้นอย่างไม่มุ่งเน้นเสนอข้อเท็จจริง(คือเป็นเรื่องแต่งขึ้นนั่นเอง)

ทีนี้กลับมาที่คำถามว่า แล้วเราจะอ่านอะไรที่ไม่ใช่่factทำไม เราได้อะไรจากการอ่าน

คำตอบง่ายๆคือเราได้ pleasure คือความรื่นรมย์ในการอ่านนั่นเอง แต่ไม่เพียงแค่นั้น การอ่านเพื่อความบำเทิงนั้นเป็นระดับของการอ่านในระดับพื้นผิวเท่านั้น ในระดับที่ลึกลงไประหว่างบรรทัดนั้น สิ่งที่เราจะได้รับความประสบการณ์และความเข้าใจ(ชีวิต) จนในที่สุด ก็นำพามาซึ่งความตระหนักรู้(awareness)ในชีวิตนั่นเอง

พูดง่ายๆว่าถ้าเราอ่านหนังสือ เราก็จะสามารถเรียนรู้และเข้าใจเรื่องราวต่างๆของโลก และทำให้เรากร้านโลกกร้านชีวิตได้โดยไม่ต้องลงมือไปกระทำเอง โดยเฉพาะพวกเรื่องที่ทำแล้วคงจะเสี่ยงม๊ากมากต่างๆ เช่นอ่านเรื่องราวชีวิตของโสเภณี คนติดยา คนเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เจ้าพ่อมาเฟีย คนฆ่าตัวตาย เป็นต้น

ถ้าเราเห็นถึงระดับการอ่านที่มีสองระดับแล้ว แน่นอนว่าผู้อ่านและวรรณกรรมก็จะถูกแบ่งออกเปนสองกลุ่มด้วย อย่างเรียบง่ายดังนี้

ผู้อ่านระดับมือใหม่ คู่กับวรรณกรรมประเภทหนีโลก

ผู้อ่านะดับมือเก๋า คู่กับวรรณกรรมประเภทที่ต้องตีความ

งานวรรณกรรมประเภทหนีโลก(escape literature)คืองานแบบทำนองละครไทย ที่อ่านเอามันส์อย่างเดียว ไม่เน้นเนื้อหาสาระอะไรเท่าไหร่นัก คล้ายๆเราเลือกดูหนังแอกชั่นหรือหนังตลก ที่แบบ ดูแล้วไม่ค้องคิดอะไรมาก สบายๆ อ่านเพื่อให้เราพ้นจากโลกแห่งความจริงไปชั่วขณะ ไปล่อยลอยสุขสันต์อยู่ในโลกแห่งจินตนาการ แน่นอนว่าถ้าคุณพัฒนาจากนักอ่านมือใหม่ไปสู่นักอ่านมือเก๋า คุณก็จะเริ่มเบื่องานพวกนี้(บ้าง) แล้วเริ่มค้นหางานแบบที่มันลึกซึ้งขึ้น ตอบสนองความคิดได้มากขึ้นในระดับต่อไป ยินดีด้วย คุณได้กลายเป็นนักอ่านมือเก๋าแล้ว

 

งานวรรณกรรมที่ต้องตีความ(interprative literature)คืองานที่แบบ อ่านไปแล้วต้องคิดไป พอคิดได้ในระดับนึงถึงค่อยเกิดความเข้าใจ ความรื่นรมย์จึงตามมาทีหลัง เหมือนเราต้องเจาะทะลุเปลือกหรือพื้นผิวอะไรต่างๆก่อน ถึงจะได้รับความรื่นรมย์ในเนื้อหาที่อบู่ภายในเหล่านั้น ดังนี้งานแบบนี้จึงเหมาะกัยนักอ่านมือเก๋าที่สามารถที่จะเจาะเปลือกต่างๆได้ และแน่นอนว่าได้รับความรื่นรมย์และความเข้าใจย่อมเลอค่ากว่าการลิ้มรสอะไรที่ไม่ต้องออกแรง(ในที่นี้คือการเจาะเปลือก)

 

จบแล้ว เอ็นทรี่นี้มีแค่นี้ บอกง่ายๆว่าเราอ่านเพื่อความรื่นรมย์ ความรื่นย์รมมีหลายระดับ ไม่ว่าการอ่านงานทั้งแบบหนีโลกหรือแบบที่ต้องตีความ มันก็ดีทั้งนั้น แต่ถ้าคุณอ่านมานานชักเบื่อแล้ว นั่นแปลว่าคุณเลเวลอัพแล้ว ได้เวลาหางานแบบต้องตีความมาอ่านแก้เซ็ง คราวหน้าขอเชิญพบกับ ประเภทย่อยของบันเทิงคดี กับ องค์ประกอบของบันเทิงคดี

 

ปล ทั้งหมดมาจากตำราเรียนนะ ไม่ได้คิดเอง - -"

edit @ 7 Nov 2009 18:02:45 by v@n,ละเลงวรรณกรรม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ มีสาระมากๆค่ะ !!

#1 By ♥ Iyo_chan on 2009-11-07 19:35

ผมใช้ nonfiction กับ fiction ,มันและกว้างกว่านะครับ


นวนิยายหนีโลกสมัยนี้วัยรุ่นชอบกันเหลือกิน เนอะครับ

#2 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-11-07 19:38

จริงด้วยครับ แต่เรื่องนวนิยายหนีโลกถ้าเป็นแบบ ก้าวหนึ่งของการพัฒนาไปสู่การอ่านในระดับต่อๆไปก็น่าไม่น่ามีปัญหานะครับ

เรื่องคำ พอดีติดคำว่าfact or fiction มาจากการ์ด(Magic The Gathering)น่ะฮะ - -"

ขอบคุณที่เตือนและขอบคุณที่อ่าน(และคอมเม้น)ครับ
big smile big smile big smile
เรียนอักษรเหรอคะ??

แต่ซากอ้อย กับข่าวพาดหัวเอนทรี่มากนะ - -

เลวชาติไอ่ตะกวดนี่

#4 By เทพธิดาปลาตีน (118.172.10.48) on 2009-11-14 19:56

ตามมาอ่านเพื่อประดับความรู้อีกเรื่องครับ

#5 By เรียวรุ้ง on 2009-11-15 15:03

Please Leave A Comment,It doesn't waste your time as much but it will please me as well. free counters