คือนาฏกรรมแห่งความเจ็บปวด

ความสำราญของการลงทัณฑ์ด้วยหินโดยมติมหาชนออนไลน์

 

ใครหลายคนคงมองการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดในสมัยโบราณด้วยสีหน้าที่บิด เบี้ยวเกินรับได้ กรณีสำคัญที่เรามักได้ยินแล้วต้องส่งเสียงร้องด้วยความเวทนาคือการถูกปาหิน ในที่สาธารณะจนตาย เป็นการประจานและการ"ฆ่า"อันโหดร้ายที่ยากจะยอมรับได้ ผู้ถูกกระทำมักจะถูกอ้างว่าละเมิดกติกาบางประการของสังคมโดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่า" ศีลธรรม" โดยเฉพาะในยุคที่สิ่งมีชีวิตเช่นเราๆอาจหาญเรียกตนเองว่าเป็นความศิวิไลซ์ เป็นความประเสริฐ พฤติการณ์อันตกยุคเหล่านั้นก็ต้องพ้นสมัยไปโดยปริยายแต่สิ่งที่น่าคิดคือ ในช่วงสมัยนั้นก้อนหินทุกก้อนที่ล้วนกระทบเข้าสู่ร่างอันเต็มไปด้วยเลือด เนื้อ น้ำตา และความเจ็บปวดในแต่ละครานั้น ต่างก็ผ่านน้ำมือเหล่าเพื่อนมนุษย์อันแสนประเสริฐที่หยิบยื่นความตายให้ อย่างแช่มช้าพร้อมเสียงก่นด่าสาปแช่ง ท่ามกลางเสียงร้อยครวญครางขอความเมตตาและบาดแผลที่ปรากฏขึ้นผ่านหินแต่ละก้อน แต่ละก้อน...มิใช่หรือ?

 

ว่ากันว่าแท้จริงแล้วมนุษย์เช่นเราหาได้มีจิตใจสูงไปดังที่กล่าวอ้างก็หา ไม่ มนุษย์เช่นเราๆต่างเก็บกดเอาความดำมืดต่างๆไว้ในกมลสันดานอย่างลึกลับซับซ้อน ปรับเปลี่ยนให้เข้าตามครรลองครองธรรมและระบายออกมาตามวิถีของสังคมนั้นได้ อย่างแนบเนียน คำอธิบายที่ชัดเจนที่สุดว่ามนุษย์ที่แท้ยังละความป่าเถื่อนไปไม่ได้ก็คือ กีฬา นั่นเองแม้กระทั่งปัจจุบัน มนุษย์ยังสำราญกับการฆ่าสิ่งมีชีวิตเพื่อการแข่งขัน เพื่อความสนุกสนาน เป็นการฆ่าที่ไร้ซึ่งความจำเป็น เห็นได้ชัดมนุษย์ยังชมชอบความรุนแรงที่แฝงอยู่ภายใต้ฉากหน้าที่เรียกว่า กติกา ที่เรียกว่ากีฬา หยาดเหงื่อและหยดเลือดที่ซ่านกระเซ็นคือส่วนหนึ่งของความปรารถนาอันดิบ เถื่อนที่ถูกฉาบเร้นไว้ด้วยภาพอันสวยหรูอย่างแนบเนียน

 

นั่นเป็นสิ่งที่ชวนให้คิดเมื่อได้อ่านกระทู้แนะนำกระทู้หนึ่ง ทำให้ตระหนักได้ว่า คำกล่าวข้างต้นนั้นเป็นความจริงไม่ผิดเพี้ยน มนุษย์เรานี้พร้อมเสมอที่จะฉวยโอกาสในการย่ำยีและกีดกันใครก็ตามที่ทำตัวออก นอกแนวทางที่สังคมขีดไว้ว่าเหมาะสม แต่ในยุคปัจจุบันมนุษย์เรามีวิธีการที่แยบคายซับซ้อนไปกว่านั้น ซับซ้อนจนถ้าไม่เพ่งมองให้ดีๆก็จะมองไม่เห็นและยิ่งไปกว่านั้นคือพลั้งเผลอ ร่วมขบวนการการซัดขว้างหินไปสู่เหยื่อนั้นไปโดยไม่รู้ตัว และแน่นอน มันเกิดขึ้นแล้ว บนโลกออนไลน์ที่ตราตนเองว่าเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยคำพูดอ่อนหวาน เยื่อใยและมิตรไมตรี จากกรณีนี้และจากการเฝ้ามองพื้นที่นี้มาก็พบว่ามีการผลิตความหมาย ความเชื่อ และมายาคติมากมายที่เราอาจสามารถมองมันเป็น"ตัวบท"ชั้นดีจำนวนหนึ่งที่ สามารถตีความ สืบสาว ไปจนถึงเนื้อในและรากทางความคิด ทางสังคม ทางวัฒนธรรมได้เลยทีเดียว

 

เรื่องทั้งหมดเกิดจากความหวงแหนความเป็นชาย

ฤาอย่างไรก็ก้าวไม่พ้นปิตาธิปไตย?

จากกระทู้ต้นเรื่องนั้น ถ้าลองพิจารณาดูดีๆจะพบว่ามันเกิดจากความไม่พอใจของคุณเจ้าของกระทู้ที่มี ประเด็นสำคัญอยู่ที่การ"ถูกป้ายความเป็นหญิง"ด้วยการล้อเล่น พูดง่ายๆก็คือมีอมยิ้มหนึ่ง ในที่นี้การมีอมยิ้มหรือลอคอินลอคอินนึงก็เสมือนกับการมีตัวตนเป็นตัวบุคคล อยู่ในโลกเสมือนคือพื้นที่เวปบอร์ดแห่งนั้นและทำการปฎิสัมพันธ์สังสรรค์กัน ไปตามขอบข่ายความสนใจ อมยิ้มหญิงนั้นมีลักษณะสำคัญคือไม่ค่อยรู้จักมารยาททางสังคมเท่